แนวทางการสร้างพันธุ์โคไทยแบรงกัส โดย ดร.สรรเพชญ โสภณ
image

ผลของการรวมพันธุกรรมในโคแบรงกัส ซึ่งรวมเอาลักษณะของพันธุ์โคเนื้อที่ประสพความสำเร็จอย่างสูงของพันธุ์ที่เป็นพ่อแม่ คือ บราห์มัน เป็นพันธุ์ที่ผ่านการคัดเลือกตามธรรมชาติมาเข้มข้น จนสามารถพัฒนาให้มีความต้านทานโรค ทนทานต่อสภาพแวดล้อมและมีสัญชาติญานในความเป็นแม่สูง และพันธุ์แองกัส ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่ามีคุณภาพซากที่ยอดเยี่ยม และทั้งสองพันธุ์เพศเมียสามารถทำหน้าที่ได้ดีมากทั้งในด้านความสมบูรณ์พันธุ์และความสามารถในการให้นม

            โดยเริ่มจากการทดลองผสมข้ามพันธุ์ระหว่างบราห์มันกับแองกัส ที่สถานีทดลองของUSDA ใน Jeanerette, Louisiana, USA เมื่อปี ค.ศ. 1932 และในช่วงเวลานั้นก็มีฟาร์มเอกชนหลายแห่ง ทั้งในอเมริกาและแคนาดา ทำการผสมข้ามพันธุ์เช่นเดียวกัน โดยมีเป้าหมาย ที่จะพัฒนาลักษณะโคเนื้อที่ต้องการให้ยังคงมีลักษณะที่ทนทานต่อความร้อนและสภาพแวดล้อมต่างๆได้มากมายของโคบราห์มัน และในขณะเดียวกันก็ให้มีคุณภาพซากและเนื้อที่ยอดเยี่ยมเหมือนโคแองกัส ฟาร์มเอกชนที่เริ่มต้นผสมข้ามพันธุ์ในช่วงนั้น ได้แก่ Clear Creek Ranch แห่ง Welch, Oklahoma และGrenada, Mississippi, Raymond Pope แห่ง Vinita, Oklahoma, the Essar Ranch แห่ง San Antonio, Texas และบรีดเดอร์ อีกจำนวนหนึ่ง ทั้งในอเมริกาและแคนาดา และอีก 17 ปี ต่อมา ในวันที่ 2 กรกฎาคม ค.ศ. 1949 ได้มีการประชุมร่วมกันของอเมริกันบรีดเดอร์  จาก 16 รัฐ และจากแคนาดา ที่ Vinita, Oklahoma เพื่อก่อตั้ง the American Brangus Breeder Association ซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น the International Brangus Breeder Association(IBBA) โดยมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ Kansas City, Missouri และที่ San Antonio, Texas ซึ่งเป็นสำนักงานใหญ่ถาวรมาตั้งแต่เดือนมกราคม ค.ศ. 1973 ปัจจุบันมีสมาชิกอยู่เกือบทุกรัฐ รวมถึงแคนาดา เม็กซิโก ออสเตรเลีย อเมริกากลาง อาร์เจนตินา  โรดีเซียใต้ในแอฟริกา

การเกิดพันธุ์โคแบรงกัส

            โคแบรงกัสที่จดทะเบียนจะต้องมีสายเลือดบราห์มัน 3/8(37.5%) และมีสายเลือดแองกัส 5/8(62.5%) มีสีดำสนิททั้งตัวและไม่มีเขา ทั้งพ่อและแม่ จะต้องจดทะเบียนกับ IBBA และต้นตระกูลที่เป็นบราห์มันและแองกัส ต้องจดทะเบียนกับสมาคมของพันธุ์นั้นๆ  และในขั้นตอนระหว่างการผสมเพื่อให้ได้สายเลือดเป็น 3/8-5/8 จะต้องได้รับการรับรองจาก IBBA ในช่วงก่อนๆ การจดทะเบียนส่วนใหญ่จะมาจากพ่อแม่ที่เป็นแบรงกัส แต่ในปัจจุบันมีการจดทะเบียนโคแบรงกัสที่มาจาก พ่อแม่พันธุ์ ที่เป็นบราห์มันและแองกัส แสดงให้เห็นว่ามีควานิยมในพันธุ์แบรงกัสมากขึ้น แนวทางในการสร้างพันธุ์แบรงกัสจากบราห์มันและแองกัสทำได้ตามคำแนะนำของสมาคมแบรงกัสนานาชาติ ตามภาพด้านล่างนี้

 

การสร้างและพัฒนาฝูงโคแบรงกัสในประเทศไทย - โคไทยแบรงกัส

 

            การสร้างโคไทยแบรงกัสจากแม่โคแองกัสพันธุ์แท้ หรือ แม่โคบราห์มันพันธุ์แท้ในประเทศไทย คงเป็นไปได้ยาก เพราะเลี้ยงแม่แองกัสพันธุ์แท้ไม่ได้ และการเอาแม่บราห์มันพันธุ์แท้มาเริ่มต้นทำพันธุ์แบรงกัส  คงเกิดขึ้นได้ยากในภาคเอกชนเพราะคงเป็นการลงทุนที่สูงมาก แนวทางที่เป็นไปได้มากที่สุดในทางปฏิบัติ คือการใช้แม่โคลูกผสมบราห์มันเลือดสูงแทนแม่บราห์มันพันธุ์แท้ เพราะตามคำแนะนำของสมาคมแบรงกัสนานาชาติ สามารถใช้โคซีบูแทนโค  บราห์มันได้ การสร้างพันธุ์โคไทยแบรงกัส แนวทางที่เป็นไปได้มากที่สุดในทางปฏิบัติ คือการใช้แม่โคลูกผสมบราห์มันแทนแม่บราห์มันพันธุ์แท้ แต่ควรจะเป็นลูกผสม F2 หรือ F3  ขึ้นไป และมีการรับรองจากสมาคมบราห์มันฯ ซึ่งเราอาจจะยอมรับได้ว่าเป็นไทยบราห์มันสำหรับการสร้างไทยแบรงกัส และเมื่อเป็นโคลูกผสมแองกัส 50%, 75%, หรือ 25% จะได้รับการบันทึกไว้ในฐานะเป็นพ่อแม่พันธุ์เริ่มต้นที่มีส่วนร่วมในการสร้างพันธุ์(Enrolled) ก็ต้องมีการรับรองจากสมาคมไทยแบรงกัส เพื่อใช้เป็นโคต้นพันธุ์สำหรับการสร้างพันธุ์โคแบรงกัส เพื่อให้มั่นใจได้ว่าเป็นการสร้างพันธุ์โค   แบรงกัสขึ้นมาตามแบบแผนที่ถูกต้อง และจะได้รับรองเป็นโคไทยแบรงกัส เจนเนอเรชั่นที่ 1 เมื่อโคมีสายเลือดบราห์มัน 3/8(37.5%) และสายเลือดแองกัส 5/8(62.5%) ซึ่งจะสามารถใช้โคไทยแบรงกัสที่มีการรับรองแล้วพัฒนาพันธุกรรมให้คงที่แน่นอนต่อไป

            การพัฒนาพันธุ์โคไทยแบรงกัสอย่างมีแบบแผนที่ชัดเจน มีการรับรองสถานะของสายพันธุ์ที่ถูกต้อง จะช่วยให้เรามีพันธุ์โคเนื้อที่เป็นของประเทศไทย ช่วยเพิ่มจำนวนแม่โคที่จะผลิตเนื้อโคคุณภาพดีอย่างต่อเนื่องควบคู่ไปกับการพัฒนาโคไทยแบรงกัส โดยจะมีลำดับการรับรองพันธุ์และการสร้างพันธุ์ดังนี้

            การรับรองพันธุ์

  1. ลูกผสมแองกัส 50% (C50) เกิดจากแม่ไทยบราห์มัน ผสมกับพ่อแองกัส หรือ แม่แองกัสกับพ่อไทยบราห์มัน โดยที่การรับรองพันธุ์จะต้องมีรูปถ่าย หรือเอกสารรับรองสายพันธุ์ ของแม่ และเอกสารหรือหลักฐานการผสมพันธุ์ ของพ่อ ประกอบการจดบันทึกรับรองด้วย
  2. ลูกผสมแองกัส 75% (C75) เกิดจากแม่ C50 ผสมกับพ่อแองกัส โดยที่การรับรองพันธุ์จะต้องมีรูปถ่าย หรือเอกสารรับรองสายพันธุ์ ของแม่ และเอกสารหรือหลักฐานการผสมพันธุ์ ของพ่อ ประกอบการจดบันทึกรับรองด้วย
  3. ลูกผสมแองกัส 25% (C25) เกิดจากแม่ C50 ผสมกับพ่อบราห์มัน โดยที่การรับรองพันธุ์จะต้องมีรูปถ่าย หรือเอกสารรับรองสายพันธุ์ ของแม่ และเอกสารหรือหลักฐานการผสมพันธุ์ ของพ่อ ประกอบการจดบันทึกรับรองด้วย

          การสร้างพันธุ์

            การเกิดโคไทยแบรงกัส GEN 1 (โคไทยแองกัสชั่วอายุที่ 1) เกิด 2แบบได้ดังนี้

      1. C50 X C75
      2. C25 X แองกัส

 

 

            ลูกโคที่เกิดจากการผสมพันธุ์ตามแบบแผนข้างต้นนี้จะได้รับการจดทะเบียนเป็น โคไทยแบรงกัส(R) GEN1  และเมื่อเอาลูกสาวไปผสมกับพ่อแบรงกัสที่ GEN เท่ากัน หรือสูงกว่า ลูกที่เกิดมาก็จะเป็นโคไทยแบรงกัสที่มี  GEN เพิ่มขึันอีก 1 GEN  ซึ่งก็จะมีการรับรองสายพันธุ์ให้มีระดับสายพันธุ์ที่สูงขึ้นไปเรื่อย ๆ ซึ่งในมาตรฐานของการปรับปรุงพันธุ์สัตว์ สัตว์ที่ได้รับการปรับปรุงพันธุ์ขึ้นมาถึงชั่วอายุที่ 5 (GEN5) จะถูกยอมรับว่าเป็นสัตว์พันธุ์แท้ ซึ่งจะมีโอกาสถ่ายทอดพันธุกรรมไปยังลูกหลานได้แม่นยำขึ้นมาก

             การเกิดโคไทยแบรงกัส GEN 1 แบบที่ 1 C50 X C75 ถ้าแม่ C50 มาจากแม่ลูกผสมบราห์มันที่มีโครงสร้างใหญ่ พันธุกรรมบราห์มันดี ก็จะทำให้การสร้างพันธุ์ไทยแบรงกัสมีการพัฒนาต่อเนื่องได้เร็ว แต่ถ้าแม่ C50 ที่มีอยู่ยังมีโครงสร้างไม่ใหญ่โตเท่าใดนักก็ควรจะใช้การสร้างโคไทยแบรงกัส GEN 1 เป็นแบบที่ 2 ด้วยการนำแม่โค C50 นั้นมาผสมพ่อบราห์มันที่มีลักษณะโครงสร้างและพันธุกรรมทางการเจริญเติบโตที่ดีเสียก่อน ลูกที่เกิดมาก็จะรับรองได้เป็น C25 ที่มีโครงสร้างดีขึ้น เมื่อนำลูกสาว C25 นี้ ไปผสมกับพ่อแองกัสที่พันธุกรรมดี ก็จะได้ลูกโคไทยแบรงกัส GEN 1 ที่มีโครงสร้างที่ดีขึ้น ตัวอย่างของโคแบรงกัสที่สร้างขึ้นมาในแบบที่ 2 นี้ เช่น  MR. NEW BLOOD 50H (R10279959) ซึ่งมีแม่เป็น C25 (เกิดจากแม่ C50 กับพ่อบราห์มัน JDH MR ECHO MANSO)


            C50 X อัลตราแบล๊ค ก็น่าจะเริ่มต้นเป็นไทยแบรงกัสได้

            ในปัจจุบันสมาคมผู้ปรับปรุงพันธุ์แบรงกัสนานาชาติ(International Brangus Breeder Association – IBBA) ได้ให้การรับรองการพัฒนาสายพันธุ์แบรงกัสให้มีประสิทธิภาพในการผลิตเนื้อและลักษณะสีประจำพันธุ์ ให้เด่นชัดยิ่งขึ้น ด้วยการรับรองการผสมพันธุ์ระหว่างแม่แบรงกัสกับพ่อแองกัส ลูกที่เกิดมาเรียกว่าอัลตราแบล๊ค(Ultrablack – UB) ซึ่งเมื่อพิจารณาทางพันธุกรรมแล้วอัลตราแบล๊ค GEN1 จะมีระดับสายเลือดแองกัสอยู่ราว 81.25%  ถ้าการสร้างโคไทยแบรงกัสจะใช้ประโยชน์ของการใช้โคอัลตราแบล๊คมาช่วยในการย่นระยะเวลาในการสร้างสายพันธุ์ ก็น่าจะอนุโลมรองรับการจดทะเบียนลูกที่เกิดจากแม่ C50 กับ พ่อUB GEN1 เป็นโคไทยแบรงกัส(R) GEN1 ได้ เพราะลูกที่เกิดมาจะมีสายเลือดแองกัสราว  65.625%

 

 

            การเกิดโคไทยแบรงกัสด้วยการผสมพันธุ์แบบยกระดับสายเลือด(upgrading)

            โคสาวหรือแมโคสายพันธุ์อื่น ๆ ที่ไม่ใช่ไทยบราห์มัน C25 C50 หรือC75 สามารถที่จะปรับปรุงพันธุ์ให้เป็นโคไทยแบรงกัสด้วยการผสมกับพ่อพันธุ์แบรงกัสจดทะเบียนเป็น GEN 5 ได้ลูกสาวรับรองพันธุ์เป็น ไทยแบรงกัสF1 และนำไปผสมพันธุ์ต่อกับพ่อพันธุ์แบรงกัสจดทะเบียนเป็น GEN 5 ตัวใหม่ ได้จะได้ลูกสาวรับรองพันธุ์เป็น ไทยแบรงกัสF2 ทำเช่นนี้ต่อเนื่องไปจนได้ลูกสาวรับรองพันธุ์เป็น F5  จึงนำมาจดทะเบียนเป็นโคไทยแบรงกัส(R) ได้ ซึ่งการใช้การผสมพันธุ์แบบยกระดับสายเลือดนี้จะทำให้เกิดการคัดเลือกพันธุ์ และในระหว่างการพัฒนาสายพันธุ์ทำให้มีโคเนื้อคุณภาพเกิดขึ้นมาด้วย

 

            ทั้งนี้ การพัฒนาสายพันธุ์โคไทยแบรงกัสในทุก ๆ แบบ ควรจะต้องมีการรับรองลูกที่เกิดมาในทุก ๆ แบบของการพัฒนา และในทุก ๆ Generation ที่พัฒนาขึ้นมา เพื่อแสดงถึงการพัฒนาสายพันธุ์อย่างมีแบบแผนที่ถูกต้อง หากโคตัวใดในระหว่างการพัฒนาสายพันธุ์ไม่ต้องการใช้ในระบบการปรับปรุงพันธุ์ก็จะสามารถรับรองได้ว่าเป็นโคไทยแบรงกัสที่ถูกต้องที่จะใช้สำหรับการผลิตเนื้อโคที่มีคุณภาพต่อไป

การพัฒนาพันธุ์โคไทยแบรงกัสอย่างมีแบบแผนที่ชัดเจน มีการรับรองสถานะของสายพันธุ์ที่ถูกต้อง จะช่วยให้เรามีพันธุ์โคเนื้อที่เป็นของประเทศไทย ช่วยเพิ่มจำนวนแม่โคที่จะผลิตเนื้อโคคุณภาพดีอย่างต่อเนื่องควบคู่ไปกับการพัฒนาโคไทยแบรงกัส สนใจร่วมพัฒนาโคไทยแบรงกัส ติดต่อ หรือติดตามสมาคมโคไทยแบรงกัสได้ที่ www.brangusthai.org

 

 

             

 

โคแบรงกัส เป็นโคพันธุ์ผสมที่พัฒนาขึ้นมาโดยใช้ลักษณะที่ดีเยี่ยมของโคสองพันธุ์คือ บราห์มันและแองกัส โคพันธุ์แบรงกัส จะมีพันธุกรรมคงที่เป็น 3/8 บราห์มัน และ 5/8 แองกัส(37.5% บราห์มัน และ 62.5% แองกัส)

Go Back